Xiaomi 11 Lite 5G NE มือถือสาย Stylish บางเบา ประสิทธิภาพดี เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนน้องใหม่ในแฟมิลี่ “11 Lite Series” ของ Xiaomi และพึ่งประกาศเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยการมาครั้งนี้ทาง Xiaomi ยังคงยึดแนวทางของ Lite Series ไว้เหมือนเดิม กับการวางให้เป็นสมาร์ตโฟนสาย Stylish ประจำแบรนด์ ที่เน้นเรื่องของการออกแบบไปพร้อมกับ ประสบการณ์การใช้งานที่ดี

ที่มาที่ไปของ “Lite Series” ของ Xiaomi เกิดจากแนวคิด ‘Style meets technology’ ที่ทาง Xiaomi คิดว่าทุกวันนี้สมาร์ตโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราไปแบบเต็มตัว ภายในหนึ่งวันตัวเราแทบจะอยู่ไม่ห่างจากสมาร์ตโฟนเลย เพราะฉะนั้นการที่สมาร์ตโฟนมีดีไซน์ที่สามารถเข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัวของเจ้าของ เพื่อให้สามารถพกพาสมาร์ตโฟนไปยังงานหรือกิจกรรมอีเว้นท์ต่างๆ ได้แบบขัดเขิลจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ดังนั้นจึงได้วางตำแหน่งของไลน์สินค้า Lite Series ไว้ให้เป็น “Xiaomi’s most stylish Series” หรือการเป็นซีรีย์สมาร์ตโฟนที่มีสไตล์มากที่สุดของแบรนด์

และจากการเปิดตัว Xiaomi 11 Lite และ Mi 11 Lite 5G ไปเมื่อปีที่แล้ว กระแสตอบรับในด้าน Stylish ของตัวเครื่องก็ได้ผลตอบรับที่ดี มีผู้ใช้งานหลายคนนำตัวเครื่อง Xiaomi 11 Lite Series ไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพถ่ายส่วนตัว จึงทำให้ทาง Xiaomi เดินหน้าแนวคิดนี้ต่อ พร้อมกับต่อยอดด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้ทันสมัย จนออกมาเป็น “Xiaomi 11 Lite 5G NE (The New Edition)” สมาร์ตโฟนที่โดดเด่นในเรื่องของงานออกแบบ และภายในที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของ Xiaomi

งานออกแบบ (Design)
แรกสัมผัสตัวเครื่องของ Xiaomi 11 Lite 5G NE เมื่อหยิบขึ้นมาจากกล่อง สิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือ ความประหลาดใจกับน้ำหนักตัวเครื่องที่ “เบามาก” และขอบตัวเครื่องที่บางแบบรุ้สึกได้ ซึ่งตัวเครื่องมีน้ำหนักรวมเพียง 158 กรัม และความบางเพียง 6.81 มิลลิเมตรเท่านั้น ถ้าหากเทียบกับสมาร์ตโฟนที่วางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ เรื่องของความบางไม่มีใครที่จะบางไปกว่ารุ่นนี้แล้วล่ะครับ และพอพลิกดูรอบๆ ก็รู้สึกถึงความพรีเมี่ยมเบาๆ และความละมุ่นไปพร้อมกัน อาจเป็นเพราะสีตัวเครื่องที่ได้มาเป็นสีขาว SnowFlake White ด้วย เลยรู้สึกว่า มันช่างละมุ่นตาซะเหลือเกิน ซึ่งผมว่าคุณผู้หญิงเมื่อได้สัมผัสต้องชอบแน่นอน

ในส่วนของซอฟต์แวร์ Xiaomi 11 Lite 5G NE ทำงานบน Android OS 11 โดยใช้ส่วนยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ (UI) ของ MIUI เวอร์ชั่น 12.5 ที่ออกแบบโดยเสียวมี่เอง ซึ่ง UI ในเวอร์ชั่นนี้ถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้น การจัดวางไอคอนและเมนูการใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่ายไม่ซับซ้อน และที่สำคัญเลยคือ เรื่องของ Ads ที่มักจะเป็นปัญหากวนใจให้กับผู้ใช้ MIUI นั้นแทบไม่มีเลยครับ เพราะในเวอร์ชั่นนี้เราสามารถเลือกเปิด-ปิด การอนุญาตตัว Ads บน UI ได้ตามต้องการเลย ดังนั้นถ้าเลือกปิดไว้ Ads ก็จะไม่ปรากฏบนเครื่องเลย

ในส่วนของประสบการณ์การใช้งาน MIUI 12.5 สำหรับตัวผมที่ไม่ได้กลับมาใช้สมาร์ตโฟนเสียวมี่นานเกือบปี รอบนี้พอได้กลับมารีวิวก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Ads รบกวนที่หายไป, การออกแบบหน้าโฮมและไอคอนที่ดูทันสมัย ไปพร้อมกับความมินิมอล เรียบง่าย สบายตา, การใช้งานที่ลื่นไหลตัว UI ไม่กินทรัพยากรเครื่องหนักเหมือนเวอร์ชั่นก่อนๆ จนกระตุกหรือหน่วง และสุดท้ายคือเป็นมิตรกับผู้ใช้งานทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่ากว่าก่อนเยอะมาก

ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Side Scanner
Xiaomi 11 Lite 5G NE ใช้ระบบสแกนนิ้วมือเป็นระบบยืนยันตัวตนหลักบนตัวเครื่อง ซึ่งตัวแป้นสแกนนิ้วมือก็จะถูกติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างขวาของตัวเครื่อง โดยใช้ร่วมกับปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่องหรือปุ่มพาวเวอร์ ส่วนการทำงานจริงก็ตอบสนองได้เร็วและแม่นยำครับ แตะปุ่มก็ปลดล็อคหน้าจอได้เลย นอกเหนือจากระบบสแกนนิ้วมือแล้วบนเครื่องก็จะมีระบบยืนยันตัวตนพื้นฐานอย่าง Pattern, Pin และ Password ที่ใช้เป็น 2 Step ในการยืนยันตัวตนร่วมกับสแกนนิ้วมือได้

โดยต้องชมทาง Xiaomi ที่ออกแบบตัวเครื่องให้มีน้ำหนักเบา ตัวเครื่องมีน้ำหนักรวมเพียง 158 กรัม และมีความบางเพียง 6.81 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นน้ำหนักและขนาดที่บางที่สุดในตลาดมือถือ ณ เวลานี้แล้วล่ะครับ และไม่ใช่แค่การออกแบบให้มีขอบด้านข้างที่บางเท่านั้น ทาง Xiaomi ยังลงรายละเอียดไปที่ขนาดของเลนส์กล้องด้านหลังด้วย เพราะตำแหน่งของโมดูลกล้องยื่นล้ำออกมาจากตัวเครื่องเพียง 1.77 มิลลิเมตรเท่านั้น
และเมื่อครอบด้วยตัวเลนส์กระจกก็จะมีขนาดรวมเพียง 1.88 มิลลิเมตร ทำให้เวลาวางลงบนโต๊ะแทบจะไม่เห็นอาการลอยของตัวเครื่องเลย แต่ด้วยความบางขนาดนี้เลยต้องยอมแลกกับช่องรูเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ที่ถูกถอดออกไปในรุ่นนี้

นอกจากความบางและน้ำหนักเบาของตัวเครื่องแล้ว เรื่องของสีตัวเครื่องก็เป็นอีกจุดที่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นเลยว่า สีตัวเครื่องของ Xiaomi 11 Lite 5G NE จะมีความพิเศษกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ตรงเลือกใช้สีไปในโทน Stylish หรือสีออกแนวแพนโทนก็ว่าได้ เพื่อตอบรับกับคอนเซ็ปต์ของรุ่นนี้ที่เน้นการเป็นสมาร์ตโฟน “Own your Style” ที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ สไตล์ของเจ้าของเครื่องได้

Mi Remote
“Mi Remote” เป็นความสามารถที่บางคนอาจมองว่า มีมานานหลายปีแล้ว มีอะไรแปลกใหม่? แต่สำหรับส่วนตัวผมมองว่าเป็นฟีเจอร์ที่ดูง่ายๆ แต่มันมีประโยชน์มากๆ เลยนะครับ เพราะการมีฟีเจอร์นี้จะทำให้สมาร์ตโฟนของเรากลายเป็นรีโมทคอนโทล สามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ ภายในบ้านได้เกือบทั้งหมด จบได้ด้วยสมาร์ตโฟนของเราเพียงเครื่องเดียว และลองคิดดูครับว่า ถ้าตอนนั้นรีโมทแอร์ของคุณถ่านหมดไม่มีถ่านสำรองไว้ และตอนนั้นก็ดึกมากแล้วที่จะออกไปซื้อ ฟีเจอร์นี้จะช่วยคุณได้ทันทีเลย